วันที่ ๑

posted on 01 Nov 2008 03:52 by boxmini

คนที่เกิดวันที่ ๑ รักเสรี กล้าหาญ และไม่ก้มหัวให้ใคร

คนที่เกิดวันที่ ๑ ของทุกเดือน เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองจนเกือบจะเรียกได้ว่าดื้อรั้น

พอใจที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไรกับตัวเอง มีอารมณ์รุนแรง กระด้าง

แข็งกร้าว คิดอย่างไรก้พูดไปอย่างนั้น ไม่กลัวว่าจะพูดอะไรออกไป และเมื่อจำเป็นจะต้องต่อสู้เพื่อสิ่ง

ที่เห็นว่าถูกต้องแล้ว คนที่เกิดวันที่หนึ่งจะทุ่มเททุกอย่าง

คนเกิดวันที่หนึ่ง จะกำหนดเป้าหมายของชีวิตไว้สูงสุด ตั้งใจแสวงหาความเป็นเลิศให้แก่ชีวิตในทุกด้าน

แต่จะไม่ยอมบอกหรือแม้แต่แสดงออกให้คนอื่นรู้ว่ากำลังประสงค์อะไร เป็นคนมีเพื่อนสนิท แต่มักจะหยิ่ง

เกินกว่าที่จะให้เพื่อนสนิทรู้ว่ากำลังเผชิญปัญหาหรือผิดหวัง

คนที่จะเอาชนะคนเกิดวันที่หนึ่ง ก็คนที่มีนิสัยเหมือนกัน ถ้าได้พบคนที่นิสัยเหมือนกันแล้วเวลาทั้งหมด

ที่มีอยู่จะยกให้เพื่อนคนนั้นจนหมดสิ้นแต่กระนั้นก็ตามก็ยังไม่ยอมบอกให้เพื่อนสนิทคนนั้นรับรู้ถึงปัญหา

หรือความคิดที่แท้จริงของตนเองอยู่ดี

คนที่เกิดวันที่หนึ่ง จะหลงรักคนง่าย และรักอย่างลึกซึ้งด้วย แต่เรื่องความรักก็เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่ง

ที่คนเกิดวันที่หนึ่งปกปิด ดังนั้น ความรักจึงเป็นเพียงความลึกซึ้งที่เก็บไว้ในใจเท่านั้น ความที่ชอบอิสระ

และไม่ชอบง้อใคร ชีวิตส่วนใหญ่จึงมักจะชินอยู่กับการอยู่คนเดียวอย่างเหงาๆ แต่ก็ทะนงตัว

คนอื่นมักมองว่าไม่มีน้ำใจ เอาแต่ใจตัวเอง ดื้อและขี้อิจฉา

ให้นิทานเรื่องนี้...ช่วยให้เรา...และแก...มืง...และกู..รักกันมากขึ้นน๊ะ 

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกกับเขาว่า
“ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน”
วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ

ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจำนวนลง น้อยลง น้อยลง เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ
และบอกกับพ่อของเขาว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา

พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้
โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง”

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 …. จาก 2 เป็น 3
จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า “ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!”

พ่อไม่ได้พูดอะไร แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน และบอกกับลูกว่า

“ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ เจ้าเห็นหรือไม่ว่า
รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น
จำไว้นะลูก เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล

เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน ต่อให้ใช้คำพูด ว่า “ขอโทษ”
สักกี่หน ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้

ฉันใดก็ฉันนั้น “กับเพื่อน” .. เพื่อนเปรียบเสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายาก
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม เป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยามเศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา และจริงใจกับเราเสมอ …

แสดงให้เขาเห็น ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน และระวังสิ่งที่เราทำไป
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และจงจดจำไว้เสมอว่า ” คำขอโทษ “
ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น
คือ รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ …… ตลอดไป”

หวังว่านิทานนี้คงช่วยให้พวกเรา อยู่ร่วมกัน ทำงาน ร่วมกัน คบกัน
ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้นเรื่อยๆ ตลอดไป…..